LAWGUE
แพลตฟอร์ม AI ชั้นนำของญี่ปุ่นสำหรับทำงานร่วมกันด้านเอกสารทางกฎหมาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสัญญาได้อย่างก้าวกระโดด
ไปที่เว็บไซต์ ↗นี่คืออะไร: สมองกล AI สำหรับการทำงานร่วมกันด้านเอกสารทางกฎหมาย
LAWGUE คือ Workspace บนคลาวด์ที่พัฒนาโดยบริษัท FRAIM จากประเทศญี่ปุ่น ออกแบบมาเพื่อจัดการสัญญา กฎระเบียบ และเอกสารทางกฎหมายทุกประเภทโดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นแค่โปรแกรมแก้ไขเอกสารทั่วไป แต่เป็นแพลตฟอร์ม LegalTech ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ด้วยความสามารถขั้นสูงในการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) LAWGUE สามารถวิเคราะห์เนื้อหาในเอกสารโดยอัตโนมัติ และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลประวัติของบริษัทหรือกฎหมายภายนอกได้ทันที คุณค่าหลักของซอฟต์แวร์นี้คือการเปลี่ยนกระบวนการทำงานเอกสารทางกฎหมายที่ยุ่งยากให้เป็นดิจิทัล ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการวงจรชีวิตของเอกสารทั้งหมด ตั้งแต่การร่าง การตรวจสอบ ไปจนถึงการควบคุมเวอร์ชัน ได้จบครบภายในเบราว์เซอร์เดียว
แก้ไขปัญหาอะไรบ้าง: บอกลาขั้นตอนการตรวจสอบกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ในงานด้านกฎหมายแบบดั้งเดิม บุคลากรทางกฎหมายมักต้องเสียเวลาไปกับการสลับไฟล์ไปมา เปรียบเทียบความแตกต่างของข้อสัญญาด้วยมือ หรือกังวลเรื่องการอ้างอิงบทบัญญัติกฎหมายที่ล้าสมัย LAWGUE เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุด โดยสามารถตรวจจับข้อสัญญาที่มีความเสี่ยงในเอกสารโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขที่สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัท ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการตรวจสอบและยกระดับคุณภาพของเอกสารได้อย่างมาก
สำหรับทีมกฎหมายองค์กร สำนักงานกฎหมาย หรือทีมการตลาดและฝ่ายขายที่ต้องจัดการกับสัญญาบ่อยครั้ง LAWGUE ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเอกสารทุกฉบับเป็นไปตามเทมเพลตสัญญาที่บริษัทกำหนดไว้ล่วงหน้า พร้อมป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของมนุษย์ ด้วยการจัดระบบฐานความรู้ทางกฎหมาย สมาชิกในทีมจึงสามารถสร้างเอกสารคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยเวลาอันมีค่าจากการพิสูจน์อักษรที่ต้องทำซ้ำๆ ให้มามุ่งเน้นกับงานวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่มีมูลค่าสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันข้ามแผนกหรือการตรวจสอบสัญญาที่ซับซ้อน LAWGUE ก็พร้อมมอบโซลูชันที่ดีที่สุด
ฟีเจอร์เด่น
- ระบบ AI เปรียบเทียบข้อสัญญาอัตโนมัติ
- แก้ไขเอกสารร่วมกันบนคลาวด์แบบเรียลไทม์
- ติดตามและจัดการประวัติเวอร์ชันย้อนหลัง
- สร้างฐานความรู้ขององค์กรโดยอัตโนมัติ
- แนะนำและอ้างอิงข้อสัญญาอัจฉริยะ
ข้อดี
- ช่วยลดเวลาในการร่างเอกสารได้อย่างชัดเจน
- ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการตรวจสอบของมนุษย์
- รองรับการควบคุมเวอร์ชันของเอกสารทางกฎหมายที่ซับซ้อน
ข้อเสีย
- อินเทอร์เฟซและภาษาที่รองรับหลักๆ คือภาษาญี่ปุ่น
- จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวให้คุ้นเคยกับเวิร์กโฟลว์ทางกฎหมายเฉพาะทาง
กรณีการใช้งาน
- การตรวจสอบสัญญาสำหรับฝ่ายกฎหมายองค์กร
- การร่างกฎระเบียบและข้อบังคับภายใน
- การทำงานร่วมกันบนเอกสารทางกฎหมายข้ามแผนก
บันทึกบรรณาธิการ
สำหรับองค์กรสัญชาติญี่ปุ่นหรือทีมกฎหมายข้ามชาติที่พึ่งพาการตรวจสอบสัญญาเป็นหลัก LAWGUE ถือเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงมาก
คำถามที่พบบ่อย
LAWGUE รองรับสัญญาหลายภาษาหรือไม่?
ปัจจุบันแพลตฟอร์มได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมทางกฎหมายของญี่ปุ่นเป็นหลัก หากต้องการจัดการเอกสารภาษาอื่น แนะนำให้ตรวจสอบความแม่นยำในการวิเคราะห์ของ AI สำหรับภาษานั้นๆ ก่อน
จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านกฎหมายจึงจะใช้งานเครื่องมือนี้ได้ใช่หรือไม่?
แม้ว่าระบบจะมี AI คอยช่วยเหลือ แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเป็นผู้ตรวจสอบขั้นสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจถึงผลทางกฎหมายของข้อสัญญา
ความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลเป็นอย่างไร?
ในฐานะแพลตฟอร์มคลาวด์ระดับองค์กร LAWGUE ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสมาตรฐานสูงและการควบคุมสิทธิ์ เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารทางกฎหมายที่เป็นความลับจะไม่รั่วไหล