Superlegal

บริการตรวจสอบสัญญาแบบไฮบริดที่ผสาน AI และทนายความจริง การันตีเสร็จสิ้นพร้อมทำไฮไลต์ข้อตกลงและคำแนะนำการแก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีทนายความผู้มีใบอนุญาตลงนามรับรองทุกฉบับ

Paid 4.1 United States
ไปที่เว็บไซต์ ↗

Superlegal คืออะไร

Superlegal คือแพลตฟอร์มตรวจสอบสัญญาที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 โดย Noory Bechor และ Ilan Admon ซึ่งทั้งคู่เคยร่วมก่อตั้งเครื่องมือตรวจสอบสัญญาชื่อดังอย่าง LawGeex มาก่อน จึงถือเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงในวงการนี้ บริษัทมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก และระดมทุนรอบ Seed ได้ 5 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 หัวใจสำคัญคือการใช้เครื่องมือตรวจสอบที่สร้างขึ้นสำหรับงานกฎหมายโดยเฉพาะ ซึ่งฝึกฝนด้วยข้อมูลจากองค์กรกฎหมายขนาดใหญ่ทั่วโลก โดยจะให้ AI ทำการตรวจสอบเบื้องต้นและทำไฮไลต์ข้อตกลง (Redline) ก่อน จากนั้นทนายความผู้มีใบอนุญาตจะตรวจสอบและยืนยันอีกครั้งก่อนส่งมอบงาน ซึ่งเป็นโมเดลผสมผสานระหว่าง "AI และมนุษย์"

ประเภทสัญญาที่รองรับครอบคลุมถึงสัญญา SaaS, MSA, DPA, NDA และเอกสารทางธุรกิจทั่วไป โดยเน้นให้บริการกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งมักจะไม่มีทีมกฎหมายประจำการ โดยในอดีตต้องเลือกfielder ว่าจะฝืนอ่านเองหรือจ้างทนายภายนอกในราคาราคาแพง จุดขายของ Superlegal คือการทำให้กระบวนการนี้รวดเร็วและมีราคาถูกลง โดยทาง ival อ้างว่าสามารถลดต้นทุนด้านกฎหมายลงได้สูงสุดถึง 90% ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบสัญญาแต่ละฉบับเริ่มต้นเพียง 117 ดอลลาร์ และเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง

ฟีเจอร์เด่นและสถานการณ์การใช้งาน

Superlegal มีฟีเจอร์ Playbook ที่ช่วยให้คุณปรับแต่งความชอบและขีดจำกัดของเงื่อนไขสัญญาได้ตามความต้องการของบริษัท เมื่อ AI ทำการตรวจสอบก็จะอิงตามกฎที่คุณตั้งไว้ แตกต่างจากเครื่องมือ AI สำหรับสัญญาที่เป็นซอฟต์แวร์เพียวๆ (เช่น ให้คำแนะนำจาก AI แล้วคุณต้องรับ 117 เอง) โดยทุกฉบับของ Superlegal จะมีทนายความผู้มีใบอนุญาตลงนามรับรอง ซึ่งช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับ SME ที่ไม่กล้าไว้วางใจ AI 100% แต่ไม่สามารถจ้างทนายความประจำแบบ Full-time ได้ ข้อแลกเปลี่ยนคือบริการนี้จะไม่ใช่แบบเรียลไทม์ (อาจต้องรอสูงสุด 24 ชั่วโมง) และไม่ใช่ซอฟต์แวร์ให้ใช้งานได้ไม่จำกัด แต่คิดค่าบริการเป็นรายชิ้น เหมาะสำหรับ SME, Startup และทีมจัดซื้อที่ต้องเซ็นสัญญา SaaS, NDA, MSA อยู่บ่อยครั้งแต่ไม่มีทีมกฎหมายภายใน ไม่เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ จำนวนมาก และยอมรับความเสี่ยงได้เองด้วยระบบอัตโนมัติล้วนๆ

ฟีเจอร์เด่น

  • โมเดลไฮบริดผสาน AI ตรวจสอบเบื้องต้นและทนายความจริงลงนามรับรอง
  • ตรวจสอบและทำไฮไลต์ข้อตกลงเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง
  • รองรับสัญญาประเภท SaaS, MSA, DPA, NDA และอื่นๆ
  • Playbook ปรับแต่งความชอบและขีดจำกัดของเงื่อนไขสัญญาได้ตามต้องการ
  • ค่าบริการตรวจสอบเริ่มต้นเพียง 117 ดอลลาร์ต่อฉบับ

ข้อดี

  • มีทนายความจริงคอยตรวจสอบและควบคุมคุณภาพทุกฉบับ
  • รวดเร็วและประหยัดกว่าการจ้างทนายความภายนอก
  • มีระบบ Playbook ที่สามารถปรับแต่งกฎการตรวจสอบได้ตามความต้องการ

ข้อเสีย

  • ไม่ใช่แบบเรียลไทม์ ต้องรอผลลัพธ์สูงสุดไม่เกิน 24 ชั่วโมง
  • คิดค่าบริการเป็นรายชิ้น ไม่ใช่แบบซอฟต์แวร์เหมาจ่ายรายเดือน
  • ปัจจุบันเน้นสัญญาภาษาอังกฤษและกฎหมายของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก

กรณีการใช้งาน

  • ตรวจสอบสัญญา SaaS สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)
  • ตรวจสอบและคัดกรองสัญญาก่อนที่ Startup จะเซ็น NDA และ MSA
  • ทีมจัดซื้อที่ต้องการตรวจสอบสัญญาจำนวนมากเป็นรอบๆ
  • บริษัทที่ไม่มีทีมกฎหมายภายในและต้องการใช้บริการ Outsource ตรวจสอบสัญญา

บันทึกบรรณาธิการ

ความเห็นจากบรรณาธิการ: ผู้ก่อตั้งคือทีมเดิมจาก LawGeex ซึ่งในครั้งนี้ได้ปรับมาใช้เส้นทางไฮบริดที่ผสาน AI และการลงนามของทนายความ ช่วยแก้ Pain Point ของเครื่องมือซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ว่า "AI ตัดสินใจให้ แต่ผู้ใช้ต้องรับความเสี่ยงเอง" ได้เป็นอย่างดี ให้คะแนน 4.1; ผู้ใช้ชาวไทยควรทราบว่าระบบนี้รองรับสัญญาภาษาอังกฤษและกฎหมายสหรัฐฯ เป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อย

Superlegal เป็น AI ล้วนๆ หรือมีคนจริงๆ ช่วยด้วย?

เป็นโมเดลไฮบริดที่ใช้ทั้ง AI และมนุษย์ โดย AI จะทำหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นและทำไฮไลต์ข้อตกลง จากนั้นทนายความผู้มีใบอนุญาตจะตรวจสอบและยืนยันก่อนส่งมอบงาน ซึ่งทุกฉบับจะมีทนายความลงนามรับรอง

Superlegal เหมาะสำหรับบริษัทในไต้หวัน/ต่างประเทศหรือไม่?

ปัจจุบันระบบเน้นไปที่สัญญาภาษาอังกฤษและบริบทกฎหมายของสหรัฐอเมริกา เหมาะสำหรับ Startup หรือทีมงานที่ต้องทำ2สัญญา SaaS, NDA, MSA เป็นภาษาอังกฤษบ่อยครั้ง ส่วนสัญญาภาษาไทยท้องถิ่นจะต้องประเมินความเหมาะสมเพิ่มเติม

เครื่องมือ AI ที่เกี่ยวข้อง

繁體中文版 →