Fieldproxy
ระบบจัดการงานภาคสนาม (Field Service Management) ที่สร้างมาโดยใช้ AI เป็นหลัก และปรับแต่งเวิร์กโฟลว์ได้ตามต้องการ
ไปที่เว็บไซต์ ↗Fieldproxy คือระบบจัดการสำหรับทีมงานภาคสนาม ชูจุดเด่น "ไม่ต้องเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อปรับตามซอฟต์แวร์" ไม่ว่าจะเป็นการมอบหมายงาน, ใบเสนอราคา, การเรียกเก็บเงิน, สต็อกสินค้า หรือพอร์ทัลลูกค้า ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามวิธีปฏิบัติจริงของบริษัท พร้อมเคลมว่าสามารถตั้งค่าให้เสร็จได้ภายในไม่กี่วัน แทนที่จะเป็นหลายเดือน
ฟีเจอร์เด่นและกรณีการใช้งาน
ระบบมาพร้อมกับ AI Agents หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Voice Agent สำหรับรับสายลูกค้าและสร้างใบงาน, Dispatch Agent สำหรับจัดตารางงานตามตำแหน่งและทักษะของช่าง, Vision Agent สำหรับวิเคราะห์ภาพถ่ายหน้างาน และ Knowledge Agent สำหรับตอบคำถามทางเทคนิคให้แก่ช่าง แอปพลิเคชันมือถือรองรับการทำงานแบบออฟไลน์ ช่วยให้บันทึกข้อมูลได้แม้ในชั้นใต้ดินหรือโรงงานที่สัญญาณไม่ดี กลุ่มเป้าหมายหลักคือบริษัทบริการภาคสนามขนาดกลางถึงใหญ่ที่รู้สึกว่าระบบเดิมๆ มีความแข็งตัวเกินไป
เหมาะสำหรับธุรกิจบริการที่ต้องมีการจัดส่งช่าง เช่น เครื่องปรับอากาศ, ประปา/ไฟฟ้า, ระบบป้องกันอัคคีภัย, ลิฟต์ และการซ่อมแซมอุปกรณ์ บริษัทในลักษณะนี้มักใช้กลุ่ม LINE และ Excel ในการจัดการงาน ซึ่งจะเริ่มเกิดความวุ่นวายเมื่อมีจำนวนคนมากขึ้น สิ่งที่ควรคิดให้รอบคอบก่อนเริ่มใช้งานคือ คุณต้องการจัดระเบียบกระบวนการทำงานของตัวเองใหม่ไปพร้อมกันด้วยหรือไม่
ฟีเจอร์หลัก
- เวิร์กโฟลว์ใบงานและการจัดส่งช่างที่ปรับแต่งได้
- ระบบจัดตารางและวางเส้นทางด้วย AI
- Voice Agent สร้างใบงานอัตโนมัติ
- แอปพลิเคชันมือถือสำหรับช่างที่ใช้งานแบบออฟไลน์ได้
- การจัดการใบเสนอราคา, การเรียกเก็บเงิน และสต็อกสินค้า
การใช้งานทั่วไป
- จัดการการมอบหมายงานซ่อมแซมอุปกรณ์
- จัดตารางการบำรุงรักษาตามรอบ
- บันทึกใบงานและภาพถ่ายหน้างานเป็นหลักฐาน
- ติดตามผลงานและชั่วโมงการทำงานของช่าง
ฟีเจอร์เด่น
- เวิร์กโฟลว์ใบงานและการจัดส่งช่างที่ปรับแต่งได้
- ระบบจัดตารางและวางเส้นทางด้วย AI
- Voice Agent สร้างใบงานอัตโนมัติ
- แอปพลิเคชันมือถือสำหรับช่างที่ใช้งานแบบออฟไลน์ได้
- การจัดการใบเสนอราคา, การเรียกเก็บเงิน และสต็อกสินค้า
ข้อดี
- ความยืดหยุ่นของกระบวนการสูง ไม่ต้องจำยอมใช้เทมเพลตตายตัว
- AI Agents ครอบคลุมหลายขั้นตอนตั้งแต่รับออเดอร์จนถึงหน้างาน
- ฟังก์ชันออฟไลน์มีความสำคัญมากสำหรับการปฏิบัติงานจริงหน้างาน
ข้อเสีย
- ความยืดหยุ่นสูงหมายความว่าช่วงเริ่มต้นต้องใช้ความคิดในการตั้งค่าพอสมควร
- ไม่มีการเปิดเผยราคา ต้องติดต่อสอบถาม
- ต้องตรวจสอบเรื่องอินเทอร์เฟซภาษาไทยและการสนับสนุนในท้องถิ่นเพิ่มเติม
กรณีการใช้งาน
- จัดการการมอบหมายงานซ่อมแซมอุปกรณ์
- จัดตารางการบำรุงรักษาตามรอบ
- บันทึกใบงานและภาพถ่ายหน้างานเป็นหลักฐาน
- ติดตามผลงานและชั่วโมงการทำงานของช่าง
บันทึกบรรณาธิการ
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมบริการภาคสนามติดขัดมานานนับสิบปี อุปสรรคไม่ใช่เพราะซอฟต์แวร์ไม่ดีพอ แต่เป็นเพราะช่างไม่อยากกดปุ่มเพิ่มอีกสามครั้ง ระบบที่จะอยู่รอดได้คือระบบที่ทำให้หน้างานกดปุ่มน้อยที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
แตกต่างจากระบบอย่าง ServiceTitan อย่างไร?
จุดเด่นของระบบนี้คือส่วนที่ระบบเหล่านั้นปรับเปลี่ยนไม่ได้ นั่นคือเวิร์กโฟลว์ที่ถูกตั้งค่าตามวิธีปฏิบัติของคุณอย่างแท้จริง ข้อแลกเปลี่ยนคือคุณต้องคิดให้ชัดเจนว่ากระบวนการของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร ระบบจะไม่เป็นผู้กำหนดให้
บริษัทขนาดเล็กควรใช้งานหรือไม่?
หากมีช่างไม่เกิน 5-6 คน การใช้สเปรดชีตอาจจะยังไหว จุดปวดที่แท้จริงมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีจำนวนคนเกิน 10 คนขึ้นไป และการมอบหมายงานเริ่มพึ่งพาความทรงจำและการประสานงานแบบมนุษย์สัมพันธ์